ข่าวประชาสัมพันธ์
10 กันยายน 2569
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
ผลิตภัณฑ์ตระกูล Pro ใหม่มาพร้อมกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดใน iPhone พร้อมด้วยรูรับแสงที่ปรับได้, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานเหลือเชื่อ, และ ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นไปอีกขั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro
คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งมาพร้อมระบบกล้องระดับ Pro ที่ล้ำหน้าที่สุดใน iPhone รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นกล้อง Fusion Main 48MP ใหม่ยังมาพร้อมรูรับแสงที่ปรับได้ ซึ่งช่วยให้ควบคุมการสร้างสรรค์ได้ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน และตัวควบคุมระดับ Pro ใหม่ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งประสบการณ์ในแอปกล้องได้ตามต้องการ และทั้งสองรุ่นยังมาพร้อม Dynamic Island ที่เล็กลงและมีประโยชน์ยิ่งขึ้น รวมถึงชิป A20 Pro และ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นถัดไปที่ช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุดเท่าที่ iPhone เคยมีมา นอกจากนี้ iPhone 18 Pro Max ยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone ซึ่งเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นใน Apple Silicon และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น1
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือกใน 4 สีสันที่เรียบหรู ได้แก่ สีดำ สีเงิน สีธารน้ำแข็ง และสีเบอร์กันดีแบบใหม่หมด ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน
"นี่คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโปรที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา ด้วยความล้ำหน้าในด้านกล้อง ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ และเราไม่ได้แค่พัฒนาแต่ละด้านทีละเล็กน้อย แต่ยังมีการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วย” Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าว “iPhone 18 Pro ช่วยให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพและวิดีโอที่สวยงามน่าทึ่งได้ง่ายๆ โดยใช้รูรับแสงที่ปรับได้ และยังช่วยให้ครีเอเตอร์ใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มือโปรก็สามารถควบคุมได้ละเอียดขึ้น ยิ่งเมื่อรวมกับการอัปเกรดที่เหนือชั้นของคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายและความสามารถด้านวิดีโออันทรงพลังด้วยแล้ว iPhone 18 Pro จึงปลดล็อควิธีใหม่ๆ ให้ผู้ใช้ได้ถ่ายทอดความเป็นตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน”
ระบบกล้องสุดล้ำที่ปลดล็อคการสร้างสรรค์ไปอีกขั้นทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ
กล้องหลัก Fusion 48MP ใหม่พร้อมรูรับแสงแบบปรับได้เป็นกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่ Apple เคยรังสรรค์มา โดยเป็นการนำการควบคุมรูรับแสงมาอยู่บน iPhone เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยการควบคุมด้านการสร้างสรรค์ที่มากยิ่งขึ้น ใบเบลดที่ตัดด้วยเลเซอร์ 6 ชิ้นทำงานอย่างลื่นไหลเพื่อเปลี่ยนขนาดรูรับแสง จึงทำให้การถ่ายช็อตสุดสวยกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดยจะมีการปรับระยะชัดลึกและการรับแสงให้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อรวมกับเซ็นเซอร์ใหม่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือภาพถ่ายในสภาวะแสงน้อยที่มีคุณภาพสูงขึ้น รายละเอียดของพื้นหลังที่คมชัดขึ้นในภาพหมู่ และช็อตที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้รูรับแสงที่ปรับได้ยังช่วยให้ครีเอทีฟมือโปรควบคุมได้มากขึ้น โดยสามารถปรับแต่งการตั้งค่ารูรับแสงทั้ง 4 ค่าด้วยตัวเองในแอปกล้อง และยังมี API สำหรับนักพัฒนาเพื่อให้ควบคุมช่วงรูรับแสงในแอปได้ละเอียดยิ่งขึ้น
กล้องหลักมาพร้อมกระบวนการประมวลผลภาพเชิงคำนวณใหม่ที่ถ่ายทอดภาพได้คมชัดและมีรายละเอียดมากขึ้น รวมถึงคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายที่ดียิ่งขึ้นพร้อมการควบคุมใหม่สำหรับพื้นผิวและเกรน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปรับสไตล์ได้ละเอียดขึ้นอย่างที่ต้องการ และควบคุมการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ยิ่งกว่าเดิม2 ส่วนความสามารถด้านวิดีโอชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมก็อเนกประสงค์ยิ่งขึ้นไปอีกโดยสามารถใส่เอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์หลังจากถ่ายวิดีโอไปแล้ว ซึ่งทำได้สูงสุดที่เฟรมเรต 60 fps และผู้ใช้สามารถบันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision และระดับ 4K ในโหมดไทม์แลปส์ได้แล้วด้วย ยิ่งกว่านั้นคุณสมบัติการผสมเสียงยังมีอัลกอริทึมใหม่ที่ทำให้เสียงพูดมีคุณภาพสูงขึ้นและสามารถแยกเสียงเพลงได้ด้วย
ตัวควบคุมระดับ Pro คือประสบการณ์ใหม่ที่ปรับแต่งได้ในแอปกล้องสำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงการตั้งค่าที่ใช้บ่อยได้ง่ายยิ่งกว่าที่เคย และมาพร้อมตัวเลือกใหม่ๆ สำหรับการควบคุมด้วยตนเอง และตอนนี้ผู้ใช้ยังสามารถปรับค่าต่างๆ อย่างรูรับแสงของเลนส์ ความเร็วชัตเตอร์ และไวท์บาลานซ์ หรือใช้ฮิสโตแกรมเพื่อตรวจสอบระดับแสงทั่วทั้งภาพได้
ขอแนะนำภาพอ้างอิงของ Apple
วันนี้ผู้ใช้สามารถพิสูจน์ได้ว่าภาพที่ถ่ายบน iPhone 18 Pro นั้นเป็นภาพจริงด้วยคุณสมบัติภาพอ้างอิงของ Apple ซึ่งขับเคลื่อนโดยเซ็นเซอร์ใหม่ในกล้องหลักที่สามารถเซ็นรับรองทุกพิกเซลที่เห็นได้ โดยเมื่อถ่ายภาพด้วยโหมดการอ้างอิงใหม่ กล้องจะบันทึกข้อมูลเซ็นเซอร์ที่เซ็นรับรองไว้ ซึ่ง Private Cloud Compute จะนำไปพัฒนาให้กลายเป็นภาพอ้างอิงที่ไม่มีใครสามารถดัดแปลงแก้ไขได้3 โดยผู้ใช้สามารถเปิดดูรูปภาพอ้างอิงในแอปรูปภาพควบคู่ไปกับรูปภาพหลัก เช่น ภาพเนกาทีฟแบบดิจิทัล เพื่อเปรียบเทียบรูปภาพทั้งสองภาพด้วยตา และดูว่ามีการปรับแต่งรูปภาพหรือไม่ นอกจากนี้ยังมี API ทั้งบน iOS, iPadOS และ macOS 27 เพื่อรองรับแอปของบริษัทอื่นในการดูภาพอ้างอิงเหล่านี้ด้วย
ข้อมูลเมทาดาต้าของภาพและการรองรับมาตรฐาน SynthID ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถระบุภาพที่สร้างหรือปรับแต่งด้วย AI ได้อีกด้วย4 เมื่อรวมกับภาพอ้างอิงของ Apple แล้ว คุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นแนวทางการพิสูจน์ภาพจริงที่ใช้หลายแง่มุมประกอบกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับช่างภาพข่าว ช่างภาพ และผู้ชมทั่วไป
Dynamic Island ที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้น
Dynamic Island ได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยีจอภาพสุดล้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแสดงข้อมูลเพิ่มเติม โดย Dynamic Island ที่อัปเกรดใหม่สามารถแสดงกิจกรรมสดได้พร้อมกันสูงสุด 3 กิจกรรม และยังคงใช้งาน Face ID เพื่อปลดล็อค iPhone 18 Pro ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการยืนยันตัวตนเมื่อซื้อสินค้า ลงชื่อเข้าแอป และอีกมากมาย
ชิป A20 Pro: ขุมพลังสำหรับประสิทธิภาพระดับ Pro และ AI
ชิป A20 Pro สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรล่าสุด ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการประมวลผลบนมือถือ โดย CPU แบบ 6-core ใหม่ที่มี่ Neural Accelerators ในตัว มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำมากกว่าชิป A19 Pro ถึง 50% ทำให้มีความเร็วเหนือกว่าคู่แข่ง ในขณะที่ดีไซน์ของ GPU แบบ 7-core แบบใหม่เร็วขึ้นกว่าชิป A19 Pro สูงสุดถึง 40% เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญสำหรับการเรนเดอร์กราฟิก และชิป A20 Pro ยังมาพร้อม Neural Engine 16-core แบบคู่ใหม่ ซึ่งช่วยเร่งความเร็วให้กับโมเดล AI บนอุปกรณ์และการประมวลผลภาพถ่ายเชิงคำนวณ โดยมีคอร์รวมทั้งหมด 32 คอร์ ทำให้มีพลังการประมวลผลด้าน AI มากกว่าชิป A19 Pro ถึง 2 เท่า และการอัปเกรดครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้านนี้เองทำให้ชิป A20 Pro เป็นขุมพลังอันน่าทึ่งที่สามารถขับเคลื่อนทุกอย่าง ตั้งแต่เวิร์กโหลดด้าน AI ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นบนอุปกรณ์ ไปจนถึงเกมที่ประมวลผลหนักๆ และออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพที่เหนือชั้นไปอีกนานหลายปี
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple จึงสามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ได้ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อม C2 ซึ่งเป็นระบบโมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นถัดไปของ Apple ที่ยกระดับคุณภาพและความเสถียรของระบบเซลลูลาร์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยพลังของ AI โดย C2 สามารถอัปโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ C1X แต่ใช้พลังงานน้อยลงถึง 15%
ระบบจัดการความร้อนใหม่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ชิป A20 Pro ใช้การบรรจุแพ็คเกจแบบเฉพาะที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Apple Silicon ตระกูล M โดยการนำแผ่นวงจรของชิปมาวางข้างหน่วยความจำ ทำให้หน่วยความจำไม่ไปขวางเส้นทางการถ่ายเทความร้อนของชิปอีกต่อไป และช่วยให้ชิป A20 Pro สามารถติดเข้ากับ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นถัดไปได้โดยตรง นอกจากนี้ยังใช้วัสดุใหม่และมีพื้นที่ผิวมากขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับใน iPhone 17 Pro รุ่นก่อนหน้า ทำให้ Vapor Chamber ที่ออกแบบใหม่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องให้สูงขึ้นได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังเป็นประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย
แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานอย่างน่าทึ่ง
iPhone 18 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วยดีไซน์ใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของซิลิคอนอันทรงพลัง โดยสามารถเล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro และสูงสุด 43 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro Max นอกจากนี้ iPhone 18 Pro ยังสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในประมาณ 15 นาที หรือชาร์จไร้สายได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที5 และสำหรับ iPhone 18 Pro Max นั้น การชาร์จผ่านสายเพียง 5 นาที จะทำให้สามารถเล่นวิดีโอได้นานประมาณ 7 ชั่วโมง และใช้งานได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็ม โดยอ้างอิงจากโมเดลการใช้งานแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ใช้ข้อมูลในชีวิตจริง 6
มาพร้อมกับ iOS 27
iOS 27 มาพร้อมการปรับปรุงอีกมากมายหลายด้าน ซึ่งทำให้ iPhone ตอบสนองได้ฉับไวยิ่งขึ้น เสถียรมากขึ้น และใช้งานง่ายมากขึ้น รวมถึงการปรับแต่งดีไซน์ของซอฟต์แวร์ และยังเพิ่มตัวเลือกในการปรับแต่งหน้าตาของ Liquid Glass อีกด้วย ทั้งยังมีเครื่องมืออันทรงพลังที่ใช้ง่าย ซึ่งอ้างอิงจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ปกครองมีวิธีที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการกับสิ่งที่เด็กสามารถดูได้ บุคคลที่เด็กพูดคุยได้ และช่วงเวลาที่เข้าถึงได้
อุปกรณ์เสริมใหม่ที่สวยงาม
iPhone 18 Pro มาพร้อมเคสซิลิโคน, เคสผ้า TechWoven, สายสะพายข้าง และเคสผ้า FineWoven แบบกระเป๋าสตางค์ใหม่หลากหลายแบบ ซึ่งล้วนออกแบบมาให้เข้ากับสีที่สวยงามทั้ง 4 สีอย่างลงตัว เคสใสมาในดีไซน์ที่อัปเดตใหม่ และวันนี้สามารถใช้งานร่วมกับสายสะพายข้างและสายคล้องข้อมือได้แล้ว ซึ่งสายคล้องข้อมือใหม่นี้จะช่วยให้คุณพกพา iPhone, AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ได้สะดวกสบายโดยไม่ต้องคอยจับ ตัวสายคล้องข้อมือทอจากด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% พร้อมแม่เหล็กในตัวที่ยืดหยุ่นและช่วยให้สายทั้งสองข้างประกบเข้าด้วยกันพอเหมาะพอดี และมีให้เลือก 6 สีสัน ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาลอมเทา สีเขียวมะกอก สีคริสป์บลู สีมาเจนต้า และสีเบอร์กันดี
iPhone 18 Pro กับสิ่งแวดล้อม
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สร้างมาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และทำให้ Apple ขยับเข้าใกล้เป้าหมายตามแผนการอันมุ่งมั่นที่จะทำให้กิจการทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 โดยทั้งสองรุ่นผลิตจากวัสดุรีไซเคิลโดยรวมถึง 40%7 ซึ่งประกอบด้วยโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ และอะลูมิเนียมรีไซเคิล 85% ในตัวเครื่อง นอกจากนี้การผลิตทั่วทั้งซัพพลายเชนยังใช้พลังงานหมุนเวียน 50% เช่น ลมและแสงอาทิตย์ และเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของ Apple ในด้านการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยทางเคมี ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษก็ใช้เยื่อไม้ทั้งหมด 100%8 และนำไปรีไซเคิลได้ง่ายเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชิ้น
ราคาและการวางจำหน่าย
- iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB iPhone 18 Pro มีให้เลือกทั้งสีเบอร์กันดี สีธารน้ำแข็ง สีเงิน และสีดำ ราคาเริ่มต้นที่ 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Max ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/shop/browse/finance/installment
- Apple มีหลากหลายวิธีที่จะช่วยประหยัดเงินและอัปเกรดเป็น iPhone รุ่นล่าสุด Apple Trade In ให้เครดิตมูลค่าตั้งแต่ 4,700 บาท ถึง 30,000 บาท ทันทีสำหรับลูกค้าที่นำ iPhone 13 หรือใหม่กว่ามาแลก9 หากต้องการตรวจสอบมูลค่าของอุปกรณ์ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการนำอุปกรณ์มาแลก ลูกค้าสามารถไปที่ apple.com/th/shop/trade-in
- ลูกค้าในกว่า 65 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, จีน, โคลอมเบีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เม็กซิโก, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ประเทศไทย, ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และเวียดนามจะสามารถสั่งซื้อ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ล่วงหน้าได้ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 19:00 น. ประเทศไทย และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะวางจำหน่ายในอีก 20 ประเทศและภูมิภาค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 กันยายน
- เคสผ้า TechWoven พร้อม MagSafe จะมีจำหน่ายในราคา 2,290 บาท ในสีดำ สีแชมเบรย์บลู สีน้ำตาลอมเทา สีเขียวมะกอก สีม่วงเข้มมัลเบอร์รี่ และสีเบอร์กันดี เคสใสพร้อม MagSafe จะมีจำหน่ายในราคา 1,990 บาท และเคสซิลิโคนพร้อม MagSafe จะมีจำหน่ายในราคา 1,990 บาท ในสีดำ สีกรมท่า สีคริสป์บลู สีเขียวมะกอก สีเบอร์กันดี และสีมาเจนต้า เคสผ้า FineWoven แบบกระเป๋าสตางค์พร้อม MagSafe จะมีจำหน่ายในราคา 2,290 บาท ในสีดำ สีกรมท่า สีไวลด์ฟลาวเวอร์บลู สีเขียวมะกอก สีมาเจนต้า และสีเบอร์กันดี
- สายคล้องข้อมือจะมีจำหน่ายในราคา 990 บาท สายสะพายข้างจะมีจำหน่ายในราคา 2,290 บาท ในสีดำ สีกรมท่า สีน้ำตาลอมเทา สีทราย สีเขียวมะกอก สีคริสป์บลู สีมาเจนต้น สีเบอร์กันดี และสีเทาอ่อน
- iOS 27 จะพร้อมให้ใช้งานในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภาษาหรือบางภูมิภาค และความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายและข้อบังคับในท้องถิ่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานได้ที่ apple.com/th
- AppleCare มอบบริการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม โดยมาพร้อมตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ Apple ลูกค้าสามารถเลือก AppleCare+ เพื่อคุ้มครอง iPhone เครื่องใหม่ หรือเลือก AppleCare One เพื่อคุ้มครองอุปกรณ์หลายเครื่องในแผนเดียวที่ใช้งานได้ง่าย โดยแผนจะมาพร้อมการรับประกันสำหรับอุบัติเหตุอย่างการตกกระแทกและทำน้ำหกใส่ การคุ้มครองกรณีโจรกรรมและสูญหายสำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และสิทธิพิเศษในการติดต่อขอความช่วยเหลือจาก Apple Experts ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/applecare
- แผนบริการ iCloud+ เริ่มต้นเพียง 35 บาท ต่อเดือน และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สำหรับจัดเก็บรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์ และอื่นๆ อย่างปลอดภัยในระบบคลาวด์ และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ นอกจากนี้ iCloud+ ยังมอบสิทธิ์เข้าถึงคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม เช่น การสร้างกิจกรรมในแอป Apple Invites รวมถึง Private Relay, ซ่อนอีเมลของฉัน โดเมนอีเมลแบบกำหนดเอง และวิดีโอ HomeKit เพื่อความปลอดภัย คุณสมบัติการแชร์กันในครอบครัวให้ผู้ใช้แชร์การสมัครสมาชิกกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ได้สูงสุด 5 คนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดูข้อมูลเพิ่มเติมและความพร้อมใช้งานของคุณสมบัติได้ที่ apple.com/th/icloud และ apple.com/th/ios/feature-availability
แชร์บทความ
Media
-
เนื้อหาของบทความนี้
-
รูปภาพในบทความนี้
- iPhone 18 Pro Max รุ่นที่ใช้ได้เฉพาะ eSIM มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ซึ่งแต่เดิมเคยมีไว้ใส่ซิมจริง
- การควบคุมพื้นผิวและเกรนใหม่จะพร้อมให้ใช้งานใน iOS 27 บน iPhone รุ่นที่รองรับคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายเจเนอเรชั่นล่าสุด ดูรุ่นที่รองรับ
- ภาพอ้างอิงของ Apple เป็นคุณสมบัติที่เลือกใช้ได้
- SynthID จะพร้อมให้ใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ภายในปีนี้ และจะรวมอยู่ในรูปภาพที่ผ่านการปรับแต่งส่วนใหญ่ โดยขึ้นอยู่กับการปรับแต่งที่ใช้
- Apple ทำการทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยใช้เครื่อง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ และสายชาร์จ USB-C หรือที่ชาร์จ Apple MagSafe (1 เมตร รุ่น A3502 และ 2 เมตร รุ่น A3503) โดยทั้งคู่ใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์แปลงไฟแบบไดนามิกของ Apple ขนาด 40 วัตต์ที่มีกำลังไฟสูงสุด 60 วัตต์ (รุ่น A3351) รองรับการชาร์จเร็วแบบใช้สาย ด้วยสาย USB-C ที่รองรับกำลังไฟ 60 วัตต์ และอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB PD 3.1 (หรือสูงกว่า) พร้อมระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบปรับได้ (AVS) ทดสอบการชาร์จเร็วด้วยเครื่อง iPhone ที่แบตเตอรี่หมด จับเวลาตั้งแต่ที่โลโก้ Apple ปรากฏขึ้นเมื่อเครื่องเริ่มทำงาน เวลาในการชาร์จแตกต่างกันตามอะแดปเตอร์ การตั้งค่า การใช้งาน และปัจจัยด้านสภาวะแวดล้อม และผลลัพธ์จริงจะแตกต่างออกไป อะแดปเตอร์ที่รองรับกำลังไฟ 60 วัตต์หรือสูงกว่าที่มาพร้อมระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบปรับได้ (AVS) ต้องใช้ร่วมกับสายชาร์จ USB-C และต้องใช้อะแดปเตอร์ 35 วัตต์ หรือสูงกว่าร่วมกับที่ชาร์จ MagSafe (ทั้งคู่มีจำหน่ายแยกต่างหาก)
- Apple ทำการทดสอบในเดือนสิงหาคม 2026 โดยใช้เครื่อง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ มีการสมัครใช้งานเครือข่ายของผู้ให้บริการเครือข่าย LTE และ 5G รวมถึงใช้โปรไฟล์การใช้งานที่สะท้อนถึงการใช้งานของผู้ใช้ การใช้งานทั่วไปอ้างอิงจากค่าการใช้งานมัธยฐานของผู้ใช้ iPhone และแสดงให้เห็นถึงการใช้งานแอปพลิเคชันหลากหลายประเภททั้งแบบพาสซีฟและแอ็คทีฟ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับส่งข้อความ รูปภาพ เพลง โซเชียลมีเดีย การสตรีมวิดีโอ เกม การท่องเว็บ และการนำทาง ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน การปรับแต่งอุปกรณ์ เครือข่ายเซลลูลาร์ ความแรงของสัญญาณ และปัจจัยอื่นๆ โดยผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างออกไปตามการใช้งาน
- วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์หมายถึง มวลของวัสดุรีไซเคิลที่ได้รับการรับรอง เมื่อเทียบกับมวลทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่รวมบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์เสริมภายในกล่อง
- แจกแจงรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ตามน้ำหนักสำหรับการจำหน่ายปลีกในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่สารยึดติด หมึกพิมพ์ และตัวเคลือบไม่ได้นำมารวมในการคำนวณวัสดุที่เป็นพลาสติกและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์
- มูลค่าการแลกจะแตกต่างกันไปตามสภาพ ปี และการกำหนดค่าของอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ที่นำมาแลก